5G ความหวังฝ่าวิกฤติโควิด-19 จุดเปลี่ยนแห่งการปฏิวัติองค์กรสู่ความอยู่รอด

#NOSTRA_LOGISTICS ร่วมเสนอแนะ 5G ความหวังฝ่าวิกฤติโควิด-19 จุดเปลี่ยนแห่งการปฏิวัติองค์กรสู่ความอยู่รอด

จะสังเกตได้ว่าการขนส่ง หรือ โลจิสติกส์ ยังคงได้รับความนิยมและจำเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะปกติหรือไม่ก็ตาม แต่การขนส่งในปัจจุบันก็ยังมีอีกหลายจุดที่ควรได้รับการพัฒนา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุดในธุรกิจโลจิสติกส์ สิ่งที่น่าจับตามองคือการใช้เทคโนโลยี 5G อินเทอร์เน็ตความเร็วที่สูงขึ้นจากเดิมถึง 20 เท่า

คุณวรินทร สีสุขดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัท จีไอเอส จำกัด ได้กล่าวว่า

ธุรกิจที่ดูเหมือนจะไปได้ดีที่สุดในช่วงวิกฤติโควิด-19 เช่น ธุรกิจโลจิสติกส์ ก็ต้องเผชิญกับปัญหาการจัดการการขนส่งที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ การใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ จึงมีบทบาทสำคัญในการอยู่รอดในอนาคตมิใช่น้อย ทั้งในด้าน การเชื่อมต่อพัสดุ โกดังสินค้า บุคลากร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ IoT ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

ตัวอย่างในด้านการขนส่ง เช่น
– การควบคุมรถจากระยะไกลแบบไร้คนขับ โดยข้อมูลต่าง ๆ จะถูกส่งผ่าน 5G กลับมาที่ผู้ควบคุมรถได้ทันที
– การใช้ระบบป้องกันความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยกล้อง Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) คือการนำภาพวิดีโอมาวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบพฤติกรรมเสี่ยงทั้งจากผู้ขับขี่และสภาพแวดล้อมภายนอก
– การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างรถยนต์กับรถยนต์ที่เรียกว่า Vehicle-to-Vehicle (V2V) ซึ่ง 5G จะช่วยรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง มีการตอบสนองที่รวดเร็วและมีความเสถียรของระบบสูง ทำให้รถยนต์ 2 คันสามารถสื่อสารได้ว่าอยู่ที่ตำแหน่งใด มีความเร็วเท่าไร มุ่งไปในทิศทางใด จากนั้นรถยนต์คันอื่นที่อยู่ในบริเวณเดียวกันสามารถอ่านข้อมูลเหล่านี้จากเซ็นเซอร์เพื่อรับรู้ตำแหน่งของรถร่วมถนน และแจ้งเตือนผู้ขับขี่ล่วงหน้าหากมีแนวโน้มว่ารถจะชนกัน จึงช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรในเส้นทาง ช่วยให้การขนส่งมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ 5G สามารถใช้ประโยชน์ในด้านการควบคุมต่าง ๆ ที่ต้องการตอบสนองรวดเร็วแทบจะทันที เช่น การระบุตัวตนพนักงาน การประสานงานยานพาหนะ-ถนน การตรวจสอบตู้สินค้า คลังสินค้าดิจิทัล และการขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยการใช้หุ่นยนต์และโดรน

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/880010